สิ่งที่พบเห็นได้เมื่อใช้ชีวิตให้ช้าลง: วิธีมีใจสงบในโลกที่วุ่นวาย
ชื่อต้นฉบับ: The Things You Can See Only When You Slow Down
คู่มือใช้ได้จริงจากพระสงฆ์ สงบใจที่ว้าวุ่น ปล่อยความเจ็บปวดให้ผ่านไป เลือกความสุขแทนการไล่ตามความสำเร็จไม่รู้จบ ให้พื้นที่แก่ความสัมพันธ์ และพบความหมายในวันธรรมดาโดยไม่กลัวคำคนอื่น

สารบัญ
1. บทนำ
1 นาที 15 วินาที
ถ้าแต่ละวันของคุณผ่านไปอย่างเบลอ ๆ ท่ามกลางเดดไลน์ ข้อความ และเรื่องที่บ้าน ความเร่งรีบนั้นอาจไม่ได้มาจากตารางงานที่แน่นเอี้ยดเลย ในหนังสือ สิ่งที่พบเห็นได้เมื่อใช้ชีวิตให้ช้าลง Haemin Sunim พระภิกษุและครูในพุทธศาสนาชาวเกาหลี ชี้ว่าความเร่งรีบส่วนใหญ่อยู่ในใจเราเอง ท่านบอกว่าเราจะกังวลหรือสบายใจ ไม่ได้อยู่ที่ตัวปัญหา แต่อยู่ที่มุมมองของเราที่มีต่อปัญหานั้น
พอใจเราช้าลง โลกก็จะดูช้าลงตาม ปัญหาที่เคยดูใหญ่โตก็จะหดเล็กลงเท่าขนาดจริง นี่คือแกนหลักของหนังสือทั้งเล่ม จากจุดนี้ Sunim ได้ต่อยอดเป็นวิธีปฏิบัติง่าย ๆ ทั้งการรับมือกับความกังวลที่ถาโถม การอยู่กับความเจ็บปวด การทบทวนความหมายของความสำเร็จ การดูแลมิตรภาพ และการเลิกใช้ชีวิตเพื่อรอให้คนอื่นยอมรับ สิ่งที่คุณจะได้ฟังต่อไปนี้คือแบบฝึกหัดเล็ก ๆ ที่บางอย่างใช้เวลาแค่ 3 นาที แต่เปลี่ยนสัปดาห์ที่วุ่นวายให้กลายเป็นสัปดาห์ที่คุณได้สังเกตชีวิตและมีความสุขกับมันจริง ๆ
2. สยบใจที่ว้าวุ่นด้วยกระดาษแผ่นเดียว
2 นาที 13 วินาที
งานที่ทำให้นอนไม่หลับอาจไม่ใช่ต้นตอแท้จริง มุมมองพุทธศาสนาเรื่องความใส่ใจชี้ว่ามีสิ่งอื่นที่บั่นทอนเราอยู่ และแค่มีปากกากับกระดาษแผ่นเดียวก็เริ่มแก้ปัญหานี้ได้
3. ปล่อยให้ความรู้สึกหนัก ๆ ตกตะกอนเหมือนโคลนในน้ำ
2 นาที 16 วินาที
การสู้กับอารมณ์แย่ ๆ มักทำให้พังกว่าเดิม แต่ทำเป็นเมินก็ไม่ค่อยได้ผล ตู้ปลา ความนิ่งเพียงไม่กี่นาที และการมองท้องฟ้า จะชี้ทางออกที่สาม
4. เลือกงานที่ทำแล้วมีความสุข แทนเส้นชัยที่ขยับหนีไม่หยุด
2 นาที 18 วินาที
ครูมือใหม่ทุ่มเทเตรียมตัวหลายปีเพื่อสอนวิชาแรก แต่กลับพังในเวลาไม่กี่สัปดาห์ สาเหตุเบื้องหลังเรื่องนี้บอกได้ชัดเจนว่า ทำไมการวิ่งไล่ตามความสำเร็จถึงทำให้คนเราเหนื่อยล้าและว่างเปล่า
5. ให้ทุกความสัมพันธ์มีทั้งความอบอุ่นและพื้นที่ให้หายใจ
2 นาที 15 วินาที
แม้แต่มิตรภาพที่เรารักก็อาจทำร้ายกันได้ ถ้าตัวติดกันมากและนานเกินไป ภาพกองไฟ ความอดทน 30 วินาที และการปล่อยวางที่แสนยาก จะบอกวิธีรักษาความอบอุ่นนั้นไว้
6. ค้นพบความหมายในชั่วโมงธรรมดาของแต่ละสัปดาห์
2 นาที 18 วินาที
เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตหมดไปกับการต่อแถว เดินทางไปทำงาน และล้างจาน ไม่ใช่ช่วงเวลายิ่งใหญ่อะไรเลย แต่ Sunim บอกว่าความหมายของชีวิตสร้างขึ้นตรงนี้แหละ ทันทีที่เราเลิกให้ความกลัวยอดฮิตมาบงการ
7. บทสรุป
1 นาที 24 วินาที
หนังสือของ Sunim ให้คำสัญญาที่ดูเล็กน้อยแต่เปลี่ยนชีวิตได้มาก โลกยังวุ่นวายเหมือนเดิม แต่ใจที่ช้าลงจะเลิกมองว่าทุกความกังวล ทุกอารมณ์ และทุกคำพูดคนอื่นเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ความสงบนิ่งที่ทำให้โคลนตกตะกอนในตู้ปลา คือความสงบเดียวกับที่ช่วยให้ครูเห็นนักเรียนที่เหนื่อยล้า ช่วยให้เพื่อนถอยห่างจากกองไฟ และช่วยให้เห็นคุณค่าของบ่ายวันธรรมดา ท่านเตือนว่าเราเป็นแค่เสี้ยวเล็ก ๆ ของจักรวาล และความสุขที่ยั่งยืนนั้นสำคัญกว่าความสำเร็จที่มาเร็ว แถมยังคว้าง่ายกว่ามาก
แบบฝึกหัดเหล่านี้เริ่มทำได้ตั้งแต่คืนนี้ ลองเทความกังวลทั้งหมดลงกระดาษแผ่นเดียวก่อนนอน เวลามีความรู้สึกหนัก ๆ ผุดขึ้นมา ให้เวลามัน 3 นาทีแล้วเฝ้าดูเฉย ๆ โดยไม่ตัดสิน และถ้างานที่ทำไม่มีความสุข Sunim แนะว่านั่นอาจไม่ใช่ทางของคุณ ลองไปเป็นอาสาสมัครในโครงการหรือองค์กรที่หลากหลาย อ่านหนังสือให้หลากหลาย และรู้จักคนใหม่ ๆ เพื่อจะได้รู้ว่าตัวเองถนัดและสนใจอะไรกันแน่
เมื่อคุณช้าลงได้นานพอ เรื่องที่เคยดูเร่งด่วนจะหดเล็กลงเท่าขนาดจริง แล้วสิ่งที่สำคัญจริง ๆ ก็จะเผยตัวออกมา
เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้
หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร?
หลายคนรู้สึกว่าชีวิตหมุนเร็วเกินไป ทั้งงาน ครอบครัว เพื่อน และปัญหาจุกจิกรายวันที่ถาโถมจนรับไม่ไหว Haemin Sunim พระภิกษุและครูในพุทธศาสนา ชี้ว่าความเร็วนั้นส่วนใหญ่อยู่ในใจเราเอง เราจะกังวลหรือสบายใจ ไม่ได้อยู่ที่ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อยู่ที่เรามองมันอย่างไร ท่านจึงแนะวิธีสั้น ๆ ที่ทำตามได้จริงเพื่อให้ชีวิตช้าลง วันไหนใจวิ่งไม่หยุด ให้เททุกเรื่องลงกระดาษแผ่นเดียวก่อนนอน เวลาเจ็บปวด ให้เฝ้าดูความรู้สึกนั้นเงียบ ๆ สัก 3 นาทีเดี๋ยวมันก็สงบ เหมือนโคลนที่ตกตะกอนในน้ำนิ่ง งานจะน่าพอใจขึ้นเมื่อเราเลือกความสุขในแบบตัวเอง ไม่ใช่วิ่งตามไม้บรรทัดคนอื่น ความสัมพันธ์จะอบอุ่นเสมอถ้าเว้นระยะห่างบ้าง เหมือนการผิงไฟที่ต้องถอยออกมาเป็นระยะ และชีวิตจะมีความหมายขึ้นเมื่อเรารับผิดชอบช่วงเวลาธรรมดา ๆ พร้อมแคร์สายตาคนอื่นให้น้อยลง คุณจะได้นิสัยเล็ก ๆ ไปฝึกใจให้สงบในโลกที่วุ่นวาย พร้อมมุมมองที่อ่อนโยนขึ้นต่อความกังวล ความเปลี่ยนแปลง มิตรภาพ และความสำเร็จ
ข้อมูลหนังสือ
หนังสือเล่มนี้เหมาะกับใคร
คนทำงานที่คิดไม่หยุด
คนทำงานที่ยุ่งจนเก็บไปคิดต่อไม่หยุดตอนกลางคืน ในหัวมีแต่งานและเรื่องกังวลเต็มไปหมด
ทุกข์กับมิตรหรือรัก
คนที่กำลังอึดอัดกับความสัมพันธ์ฉันเพื่อน หรือยังเจ็บปวดไม่หายหลังเลิกรา
เหนื่อยวิ่งตามคนอื่น
ทุกคนที่เหนื่อยกับการวิ่งตามความสำเร็จแบบคนอื่น และคอยกังวลว่าใครจะมองอย่างไร
เกี่ยวกับผู้เขียน
Haemin Sunim
Haemin Sunim เกิดที่เกาหลีใต้เมื่อปี 1973 และเรียนจบจาก Berkeley, Harvard และ Princeton ท่านบวชเรียนอย่างเป็นทางการที่วัด Haein และสอนวิชาศาสนาในเอเชียอยู่ที่ Hampshire College ในรัฐแมสซาชูเซตส์นาน 7 ปี นอกจากนี้ท่านยังก่อตั้ง School of Broken Hearts ในกรุงโซล ซึ่งใช้เป็นที่พักประจำระหว่างเดินทางไปสอนตามที่ต่าง ๆ หนังสือเล่มแรกของท่านเล่มนี้แปลไปแล้วกว่า 30 ภาษา ส่วนเล่มต่อมาที่ชื่อ Love for Imperfect Things ก็ขึ้นแท่นหนังสือขายดีอันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ในปี 2016
คะแนนและรีวิว
สรุปคะแนนรีวิว
ความคิดเห็นจากผู้อ่าน
ผู้อ่านพบว่าหนังสือเล่มนี้อ่านแล้ววางไม่ลง ตัวเล่มเป็นปกแข็งคุณภาพพรีเมียมและงานเขียนยอดเยี่ยม พวกเขายังชื่นชมมุมมองอันลึกซึ้งเกี่ยวกับปัญญาทางจิตวิญญาณและธรรมชาติของมนุษย์ โดยผู้อ่านคนหนึ่งระบุว่าหนังสือให้คำแนะนำทั้งในเชิงปฏิบัติและเชิงจิตวิญญาณ นอกจากนี้ เนื้อหายังเข้าใจง่าย น่ารัก และให้ความสงบ และผู้อ่านแนะนำให้ค่อย ๆ อ่านอย่างช้า ๆ
รีวิวยอดนิยม
หนังสือเล่มนี้ให้ความรู้สึกเหมือนได้อ้อมกอดอบอุ่นท่ามกลางพายุที่หนาวเหน็บ ไม่คิดเลยว่าจะซาบซึ้งได้ขนาดนี้กับสำนวนที่เรียบง่ายแบบนี้ แต่ Haemin Sunim ทำได้ เขาแตะถึงความจริงที่เรามักฝังกลบไว้ใต้ภาระในชีวิตประจำวัน ตัวเล่มปกแข็งคุณภาพดี และภาพประกอบตลอดทั้งเล่มสวยจนแทบหยุดหายใจ เป็นหนังสือแบบที่ไม่ได้อ่านรวดเดียวจบ แต่หยิบมาอ่านเป็นช่วง ๆ เวลาที่จิตใจต้องการความสงบสักหน่อย โดยส่วนตัวคิดว่าเล่มนี้มอบปัญญาทางจิตวิญญาณแบบที่หาได้ยาก ซึ่งหนังสือพัฒนาตัวเองสมัยใหม่ส่วนใหญ่ไม่มี มันไม่ได้ตะโกนใส่เราให้เปลี่ยนชีวิตภายในคืนเดียว แต่ค่อย ๆ ชวนให้เราแค่... หายใจ พูดตามตรง เราทุกคนต้องการเครื่องเตือนใจแบบนี้
ดูเพิ่มเติมบท Rest เปลี่ยนมุมมองที่ฉันมีต่อวันหยุดสุดสัปดาห์อันวุ่นวายไปเลย เป็นเวลานานที่ฉันรู้สึกผิดเวลาไม่ได้ทำอะไรให้เกิดประโยชน์ แต่หนังสือเล่มนี้อนุญาตให้ฉันแค่ได้มีชีวิตอยู่เฉย ๆ Haemin Sunim เขียนได้ชวนให้ใจสงบมาก จนแทบรู้สึกได้ว่าหัวใจเต้นช้าลงขณะพลิกหน้ากระดาษ ไม่โกหกเลย ตอนแรกฉันก็กังขากับสไตล์ "คำคม" แต่ประโยคสั้น ๆ กลับช่วยให้ซึมซับแง่คิดได้ดีกว่าจริง ๆ เป็นการมองธรรมชาติของมนุษย์ที่ช่วยเปิดมุมมอง และทำให้เห็นว่าเราทำให้ความสุขของตัวเองซับซ้อนขึ้นอย่างไร ถ้าคุณรู้สึกว่าโลกนี้หนักหนาเกินรับไหว ขอให้หยิบเล่มนี้มาอ่าน เป็นคู่มือที่งดงามและอ่อนโยนสำหรับการค้นหาความสงบท่ามกลางความวุ่นวาย
ดูเพิ่มเติมเคยสงสัยไหมว่าทำไมเรารีบร้อนอยู่ตลอด ฉันเคย และหนังสือเล่มนี้ช่วยให้ฉันตระหนักว่าโลกดูวุ่นวายก็เพราะใจของฉันวุ่นวาย Haemin Sunim มอบมุมมองที่เปิดโลกว่าสภาวะภายในของเรากำหนดความเป็นจริงภายนอกอย่างไร สำนวนเขียนเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง ตัดศัพท์เฉพาะของปรัชญาแบบดั้งเดิมออกไปหมด ฉันพบว่าเคล็ดลับเชิงปฏิบัติเรื่องการจัดการความสัมพันธ์มีประโยชน์มาก โดยเฉพาะการเปรียบว่าให้ปฏิบัติต่อผู้คนเหมือนเตาผิง ไม่ใกล้เกินจนถูกไฟลวก ไม่ไกลเกินจนหนาวสั่น งานผลิตคุณภาพสูง กระดาษหนา ภาพสีสันสดใส ฉันซื้อให้เพื่อนไปแล้วสามคนที่กำลังเจอช่วงชีวิตที่ยากลำบาก
ดูเพิ่มเติมหยิบเล่มนี้มาอ่านในเดือนที่เครียดเป็นพิเศษ ไม่ได้มองหาตำราเทววิทยาซับซ้อนอะไร แค่อยากได้อะไรสักอย่างที่ช่วยให้ชีวิตกลับมาสมดุลบ้าง และเล่มนี้ให้สิ่งนั้นได้ตรงเป๊ะ เป็นคอลเลกชันที่อบอุ่นอ่อนโยน ชวนให้เราเป็นคนที่ช่างสังเกตและใจดีมากขึ้น คำแนะนำอ่านง่าย แต่ยังติดอยู่ในใจไปอีกนานหลังปิดเล่ม ชอบที่หนังสือย้ำว่าทุกคนต่างอยู่บน "การเดินทางที่เต็มไปด้วยอันตราย" เดียวกัน และเราไม่ได้โดดเดี่ยวกับความกลัวของตัวเอง จากประสบการณ์ของฉัน การอ่านแค่สองสามหน้าก่อนนอนช่วยให้นอนหลับดีขึ้นและอารมณ์โดยรวมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เป็นหนังสือที่ล้ำค่าจริง ๆ
ดูเพิ่มเติมHaemin Sunim มีวิธีกลั่นอารมณ์ความรู้สึกอันซับซ้อนของมนุษย์ออกมาเป็นความจริงที่เรียบง่ายและเข้าใจง่าย หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานชิ้นเอกด้านปัญญาทางจิตวิญญาณ นำเสนอเส้นทางสู่การเจริญสติที่รู้สึกเข้าถึงได้ ไม่น่าหวาดหวั่น ฉบับปกแข็งสวยมาก และภาพประกอบก็ช่วยให้สายตาได้พักอย่างที่ต้องการระหว่างบทเรียนแต่ละตอน แต่ละบทให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการทำสมาธิในตัวมันเอง ฉันชอบที่ผู้เขียนเล่าถึงความล้มเหลวและความผิดหวังเสียใจของตัวเอง ซึ่งพิสูจน์ว่าแม้แต่ผู้นำทางจิตวิญญาณก็ไม่ได้รอดพ้นจากความท้าทายในชีวิต เป็นหนังสือที่อ่านแล้วสงบใจอย่างมาก เตือนเราว่าเมื่อเราหยุด โลกก็หยุดไปพร้อมกับเรา เป็นหนึ่งในหนังสือที่อบอุ่นหัวใจที่สุดเท่าที่ฉันเคยมีจริง ๆ
ดูเพิ่มเติมในที่สุดก็ได้อ่านสักที หลังจากเห็นเล่มนี้ผ่านตาใน Instagram เต็มไปหมด อ่านแล้วรู้สึกผ่อนคลายมาก มีคำแนะนำทั้งเชิงปฏิบัติและเชิงจิตวิญญาณมากมายเกี่ยวกับการรับมือกับความเครียดในยุคปัจจุบัน แต่ละบทเริ่มด้วยความเรียงสั้น ๆ ก่อนจะตามด้วยข้อความคมคำชุดหนึ่ง แม้คำคมบางข้อจะรู้สึกเหมือน "เรื่องที่ใคร ๆ ก็รู้" แต่บางข้อก็โดนใจจริง ๆ โดยเฉพาะส่วนที่ว่าด้วยความรักและความสัมพันธ์ ชอบที่หนังสือเน้นเรื่องการอ่อนโยนกับตัวเองและคนอื่นให้มากขึ้น ตัวเล่มก็สวยมาก เหมาะจะซื้อเป็นของขวัญ ข้อติเดียวคือถ้าอ่านทีละมาก ๆ จะรู้สึกว่าเนื้อหาไม่ค่อยปะติดปะต่อกัน เพราะฉะนั้นทำตามที่ชื่อหนังสือบอกเลย คือค่อย ๆ ช้าลง
ดูเพิ่มเติมในฐานะคนที่ตัดตัวเองออกจากหน้าจอได้ยาก ฉันพบว่าคำแนะนำของ Haemin Sunim ช่วยให้ใจกลับมามั่นคงได้อย่างน่าประหลาดใจ หนังสือแบ่งเป็นแปดบท ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องแรงปรารถนาไปจนถึงจิตวิญญาณ ทำให้หาเรื่องที่ต้องการได้ง่าย ฉันชอบเรื่องเล่าส่วนตัวตอนต้นของแต่ละส่วนเป็นพิเศษ เพราะช่วยให้เข้าใจบริบทของคำสอนของพระท่าน แม้จะไม่เห็นด้วยกับทุกคำคม บางข้อรู้สึกเป็น "toxic positivity" ไปหน่อย แต่สาระหลักเรื่องความเห็นอกเห็นใจและการรู้จักสังเกตนั้นสำคัญมาก เป็นคอลเลกชันน่ารักที่ควรเก็บไว้ข้างหัวเตียง สำหรับช่วงเวลาที่รู้สึกว่าโลกหมุนเร็วเกินไป มุมมองเรื่องวิธีที่เราสัมพันธ์กับผู้อื่นนั้นกินใจเป็นพิเศษ
ดูเพิ่มเติมบอกเลยว่าภาพประกอบสวยมากจริง ๆ แต่พออ่านไปสักพัก เนื้อหาก็เริ่มซ้ำไปหน่อย ฉันชอบสองสามบทแรกเรื่องการเจริญสติและการพักผ่อน แต่พอถึงส่วน "Future" ก็เริ่มรู้สึกเลื่อนลอยเพ้อฝันไปหน่อย มีแง่คิดดี ๆ จริง ๆ อยู่บ้างเกี่ยวกับความคล้ายคลึงกันของประสบการณ์มนุษย์ เช่น การสูญเสียและความเหงาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่รูปแบบคำคมต่อคำคมก็อาจชวนเหนื่อยได้ถ้าคุณมองหาเรื่องเล่าที่ต่อเนื่องเป็นเนื้อเดียวกัน เล่มนี้เหมาะเป็นหนังสือแบบ "หยิบมาอ่านทีละหน้า" มากกว่าจะอ่านแบบเจาะลึก อ่านได้ดีพอสมควร แต่ยังไม่ใช่ประสบการณ์เปลี่ยนชีวิตอย่างที่หวังไว้
ดูเพิ่มเติมพูดกันตามตรง ฉันคาดหวังความลึกซึ้งจากผู้นำทางจิตวิญญาณมากกว่านี้ คำแนะนำส่วนใหญ่ในเล่มให้ความรู้สึกเหมือนข้อความบนโปสเตอร์สร้างแรงบันดาลใจ หรือบอร์ด Pinterest ทั่วๆ ไป ถ้าคุณเคยใช้เวลาสักห้านาทีคิดเรื่องการมีสติ คุณก็น่าจะได้ข้อสรุปเหล่านี้ด้วยตัวเองแล้ว “ถ้าไม่มีความสุข ก็ไปนอนซะ” ไม่ได้เป็นปัญญาที่แปลกใหม่อะไรนักสำหรับคนที่กำลังเผชิญปัญหาซับซ้อน ภาพประกอบเป็นส่วนที่ดีที่สุดของทั้งเล่ม แต่สำหรับฉันมันก็ช่วยกู้ตัวเนื้อหาไม่ได้ บางครั้งก็รู้สึกเหมือนถูกพูดด้วยแบบดูแคลนอยู่บ้าง ราวกับผู้เขียนคิดว่าผู้อ่านไม่เคยคิดอะไรลึกๆ มาก่อน เป็นหนังสือที่ตัวเล่มสวย แต่เนื้อหายังไม่ดีพอ
ดูเพิ่มเติมพูดตรง ๆ เลยว่าคำแนะนำบางส่วนในเล่มนี้ค่อนข้างมองข้ามปัญหาสุขภาพจิตที่คนเผชิญอยู่จริง การบอกคนที่เป็นโรคซึมเศร้าให้แค่ไปมองเด็กทารกที่กำลังหลับ หรือการแนะนำว่าเราควรแค่ "อยู่กับปัจจุบัน" เพื่อหนีจากความทรงจำแย่ ๆ นั้นเกือบจะเป็นอันตรายแล้ว เห็นชัดว่าเขียนโดยคนที่ไม่เคยต้องรับมือกับบาดแผลทางใจที่ฝังลึกหรือ PTSD หลังอ่านบางตอน ฉันกลับรู้สึกหงุดหงิดและโกรธมากกว่าตอนก่อนเริ่มอ่านเสียอีก ถึงภาพประกอบจะสวย แต่ "ปัญญา" ในเล่มมักให้ความรู้สึกเหมือนเป็นวิธีหนีปัญหามากกว่าเผชิญหน้ากับมัน ถ้าคุณกำลังมองหาความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตจริง ๆ ไปหาที่อื่นเถอะ เล่มนี้เป็นแค่ของฟุ้ง ๆ ผิวเผินเท่านั้น
ดูเพิ่มเติมคำถามเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้
แนวคิดหลักของ สิ่งที่พบเห็นได้เมื่อใช้ชีวิตให้ช้าลง คืออะไร
Haemin Sunim ชี้ว่าที่โลกดูหมุนเร็ว เป็นเพราะใจเราวิ่งเร็วไปเอง มุมมองต่อปัญหาจึงส่งผลต่อความกังวลหรือความสงบในใจมากกว่าตัวปัญหาเสียอีก พอปรับใจให้ช้าลงและอยู่กับปัจจุบัน โลกก็จะดูช้าลงตาม และปัญหาจะหดเล็กลงเท่าขนาดจริง ท่านนำหลักการนี้ไปใช้กับทั้งความรู้สึก การทำงาน ความสัมพันธ์ และการหาความหมายของชีวิต
Haemin Sunim แนะนำให้รับมือกับอารมณ์ลบอย่างไร
ท่านเปรียบอารมณ์ลบเหมือนโคลนก้นตู้ปลา ถ้าเอามือกดก็มีแต่จะกวนให้น้ำขุ่น แต่ถ้าปล่อยไว้นิ่ง ๆ เดี๋ยวโคลนก็ตกตะกอนเอง เวลาใช้จริง เมื่อรู้สึกหดหู่ ท่านแนะให้นั่งนิ่ง ๆ 3 นาที เฝ้าดูพลังงานใต้อารมณ์นั้นโดยไม่ตัดสิน ความรู้สึกจะเปลี่ยนและผ่านไปเหมือนดินฟ้าอากาศ และคุณคือผู้เฝ้าดู ไม่ใช่ตัวความรู้สึกนั้น
หนังสือพูดถึงความสำเร็จและความสุขไว้อย่างไร
Sunim แนะให้เลือกความสุขมากกว่าความสำเร็จ เพราะความสำเร็จมักวัดด้วยไม้บรรทัดคนอื่น พอถึงเป้าหมายหนึ่ง ก็มีเป้าหมายใหม่โผล่มาเรื่อย ๆ แถมความไฟแรงเกินไปอาจทำให้งานพัง เหมือนครูมือใหม่ที่อัดเนื้อหาแน่นเกิน จนผ่านไปราว 6 สัปดาห์นักเรียนก็ตามไม่ทัน ขณะที่ความสุขเรากำหนดเองได้ และการสนุกกับงานก็ทำให้คนรอบข้างอยากร่วมงานกับเรามากขึ้น
จะนำแนวคิดในหนังสือเล่มนี้ไปใช้ได้ทันทีอย่างไร
เริ่มจากฝึกเรื่องเล็ก ๆ ได้เลย ก่อนนอนให้จดทุกเรื่องที่กังวลและงานทั้งหมดลงกระดาษแผ่นเดียว พรุ่งนี้ค่อยตื่นมาจัดการทีละเรื่อง เวลามีความรู้สึกหนัก ๆ ให้เวลามัน 3 นาทีเพื่อนั่งดูเงียบ ๆ ถ้าใครพูดยั่วโมโห ให้สูดหายใจลึก ๆ รอ 30 วินาที แล้วเดินหนี และฝึกเป็นเจ้าของชีวิตในเรื่องเล็ก ๆ เช่น เก็บขยะบนพื้น หรือตอบความเห็นอย่างจริงใจ
ใครควรอ่าน สิ่งที่พบเห็นได้เมื่อใช้ชีวิตให้ช้าลง
เหมาะกับคนที่รู้สึกว่าทั้งงาน ครอบครัว และความกดดันรายวันมันหนักเกินรับไหว และอยากได้วิธีง่าย ๆ ช่วยให้ใจสงบ รวมถึงคนที่อึดอัดในความสัมพันธ์ คนที่กำลังเยียวยาใจหลังเลิกรา และคนที่แคร์สายตาคนอื่นมากไป คำแนะนำในเล่มทั้งสั้นและอ่อนโยน มาจากมุมมองพุทธศาสนา และทำตามได้ทันทีโดยไม่ต้องมีพื้นฐานมาก่อน
อยู่ในรายการแนะนำ
ผู้อ่านเล่มนี้ชอบเล่มเหล่านี้ด้วย
มีสรุปแบบเสียง
ฟัง สิ่งที่พบเห็นได้เมื่อใช้ชีวิตให้ช้าลง จบใน 15 นาที
เก็บแนวคิดสำคัญจาก สิ่งที่พบเห็นได้เมื่อใช้ชีวิตให้ช้าลง ของ Haemin Sunim พร้อมหนังสือนอนฟิกชันอีก 5,000+ เล่ม
- หนังสือ 5,000+ เล่ม
- ฟังได้ไม่จำกัด
- ทดลองใช้ฟรี 7 วัน
- ยกเลิกได้ทุกเมื่อ











